เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง ได้สร้างความเสียหาย ต่อที่พักอาศัยและทรัพย์สิน รวมถึงส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงาน  บริษัท ฯ มีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนและความยากลำบากของพนักงาน จึงจัดสรรความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงานเป็นการเร่งด่วน แก่พนักงานที่ประสบอุทกภัยดังต่อไปนี้
1. การจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและที่พักพิงชั่วคราว ตลอด 24 ชม. สำหรับพนักงานและครอบครัวที่ประสบอุทกภัย ฝ่ายทรัพยากรบุคคลร่วมกับชมรมวิทยุและชมรมออฟโรด เปิดศูนย์เฝ้าระวังภัยและที่พักชั่วคราว สำหรับพนักงานและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตลอด 24 ชม. ที่อาคารยิมเนเซี่ยม ชั้น 4 โรงงานสำโรง พนักงานที่มีความประสงค์จะมาพักพิงที่บริษัทหรือขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์เฝ้าระวังภัย เบอร์ 089-969-0615, 083-490-3277 หรือ โทร. 02-386-1072, 02-386-1453 หรือ ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลแต่ละสถานที่ทำงาน
2. เงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับพนักงานผู้ประสบอุทกภัย บริษัทได้กำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ ดังต่อไปนี้ คุณสมบัติผู้ได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ1. เป็นพนักงานประจำหรือพนักงานรับเหมาช่วง ( Sub-contractor )2. สถานที่พักอาศัยที่ พนักงานอาศัยอยู่จริง  และทรัพย์สินของพนักงาน ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย หลักเกณฑ์ของเงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับพนักงานผู้ประสบอุทกภัย 1. เงินช่วยเหลือพิเศษ จำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อพนักงาน 1 ท่าน ขั้นตอนในการขอรับเงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับพนักงานผู้ประสบภัย1. พนักงานผู้ประสบภัยยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือพิเศษต่อผู้อำนวยการในสังกัดของตน พร้อมแนบเอกสารประกอบการยื่นคำร้อง ดังนี้1) รูปถ่ายสถานที่พักอาศัยที่ พนักงานอาศัยอยู่จริง  และทรัพย์สิน ซึ่งได้รับความเสียหาย โดยที่อยู่อาศัยนั้น ต้องเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบันของพนักงาน 2) เอกสารทะเบียนบ้าน ในกรณีที่พนักงานเป็นเจ้าของ หรือ เอกสารแสดงการเช่าอาศัย 3) เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) ที่สามารถยืนยันได้ว่าสถานที่พักอาศัยที่ พนักงานอาศัยอยู่จริง และทรัพย์สินของพนักงานได้รับความเสียหาย  2. ผู้อำนวยการฝ่ายต้นสังกัดพิจารณาอนุมัติ และจัดส่งเอกสารมายังฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำสถานที่ทำงาน โดยจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติ 7 วันทำการ3. บริษัทจะมอบเงินช่วยเหลือพิเศษเข้าบัญชีเงินเดือน พนักงาน ภายใน 3 วันทำการ หลังจากได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
3. เงินกู้ฉุกเฉินอัตราดอกเบี้ย 0% วัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย รวมทั้งใช้ในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของพนักงาน หรือ ครอบครัวพนักงาน (บิดา,มารดา,คู่สมรส และบุตร)วงเงินกู้และระยะเวลาการผ่อนชำระ1. วงเงินกู้ฉุกเฉินตามจริงสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0%2. การผ่อนชำระเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 เป็นต้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี3. ระยะเวลาการรับเรื่องเงินกู้ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. - 31 ธ.ค. 2554 หากมีการเปลี่ยนแปลง   บริษัทจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง    หลักเกณฑ์และเอกสารประกอบการพิจารณาเงินกู้ 1. คุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นพนักงานประจำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำหรับผู้ค้ำประกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงินกู้ของบริษัท ทั้งนี้หากคุณสมบัติในการผ่อนชำระของผู้กู้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ บริษัทฯ จะพิจารณาผ่อนปรนหักเพิ่มเติมจากเงินเดือนพิเศษ ในเดือนมิถุนายน 2555 เป็นต้นไปแต่ไม่เกินเดือนธันวาคม ปี 2557 2. บริษัทฯ จะโอนเงินกู้เข้าบัญชีเงินเดือนของพนักงานภายใน 3 วันทำการหลังจากได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล3. เอกสารประกอบ คือ เอกสารความเดือดร้อนจากอุทกภัย เกี่ยวกับการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรืออื่นๆ4. สำหรับความจำเป็นอื่น ๆ บริษัทจะพิจารณาให้เป็นกรณี ๆ ไป
4.การขอพักชำระหนี้เงินกู้ทั่วไป และเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงาน  บริษัทฯ ได้พิจารณาเรื่องการขอพักชำระหนี้เงินกู้ทั่วไป และเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย (ในที่นี้จะเรียกว่าสัญญาเงินกู้ที่ 1) ให้กับพนักงานเป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 - 31 ตุลาคม 2555 หรือ 1 ธันวาคม 2554 - 30 พฤศจิกายน 2555 โดยในระหว่างการพักชำระหนี้ บริษัทฯ จะยังคงคำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือทั้งหมดเป็นระยะเวลา 1 ปี และจะสร้างเป็นสัญญาเงินกู้ที่ 2 ซึ่งจะเริ่มผ่อนชำระในอัตราเท่า ๆ กัน พร้อมสัญญาเงินกู้ที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 หรือ 1 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไป
วิธีการคำนวณดอกเบี้ยระหว่างการพักชำระหนี้ (สัญญาเงินกู้ที่ 2) * อัตราดอกเบี้ยคิดตามระยะเวลาพักชำระหนี้ 1 ปี และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศบริษัท
คุณสมบัติของพนักงาน และเงื่อนไข ที่จะขอพักชำระหนี้เงินกู้
1. ต้องเป็นผู้ที่มีสัญญาเงินกู้ที่ 1 ที่ยื่นเรื่องกู้ก่อนจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2554 (ได้รับเงินกู้วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554) 2. การพักชำระหนี้เงินกู้นี้ ให้ดำเนินการได้เฉพาะเงินกู้ทั่วไป หรือเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ไม่รวมถึง ดอกเบี้ยระหว่างพักชำระหนี้ของปี 2552-2553 (1 เมษายน 2552 ถึง 31 มีนาคม 2554) และเงินกู้พิเศษอื่นๆ เช่น เงินกู้เพื่อการรักษาพยาบาล หรือ เงินกู้เพื่อรับสภาพหนี้เป็นต้น 3. พนักงานที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ จะต้องยื่นแบบฟอร์มการขอพักชำระหนี้มายังแผนกค่าจ้างและสวัสดิการ หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำสถานที่ทำงาน ภายในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 (สำหรับการพักชำระหนี้เงินกู้ 1 พฤศจิกายน 2554 - 31 ตุลาคม 2555) หรือภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2554 (สำหรับการพักชำระหนี้เงินกู้ 1 ธันวาคม 2554 - 30 พฤศจิกายน 2555) 4. พนักงานสามารถเลือกผ่อนชำระสัญญาเงินกู้ที่ 2 ได้ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ต้องไม่เกินจำนวนงวดคงเหลือของสัญญาที่ 1 5. บริษัทจะหักเงินค่างวดจากเงินได้ของพนักงานสำหรับสัญญาเงินกู้ที่ 1 และสัญญาเงินกู้ที่ 2 ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 หรือ 1 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไป 6. กรณีที่พนักงานพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้ถือว่าหนี้เงินกู้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระโดยพลัน และบริษัทจะหักชำระหนี้ จากเงินได้หรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่พนักงานจะได้รับจากบริษัท ตามสัญญากู้เงินสำหรับพนักงานที่อยู่ในระหว่างการขอพักชำระหนี้ กรณีที่ต้องการขอกู้เงินเพิ่มจากสัญญาเงินกู้ที่ 1 (Re-Finance) บริษัทจะหักเงินคงค้างจากสัญญาเงินกู้ที่ 1 และสัญญาเงินกู้ที่ 2 ทั้งหมดก่อน (ตามระยะเวลาพักชำระหนี้) และจะโอนส่วนต่างให้ตามระเบียบการกู้เงินปกติ5. เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง 1. เอกสารขอรับเงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับพนักงานผู้ประสบอุทกภัย ==>   2. เอกสารขอเงินกู้ฉุกเฉินอัตราดอกเบี้ย 0% ==>   3. เอกสารขอพักชำระหนี้เงินกู้     3.1 สำหรับการพักชำระหนี้เงินกู้ 1 พฤศจิกายน 2554 - 31 ตุลาคม 2555  ==>       3.2 สำหรับการพักชำระหนี้เงินกู้ 1 ธันวาคม 2554 - 30 พฤศจิกายน 2555  (จะแนบไฟล์ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554)
         ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554                                                     (สมจิต ปัญญาศักดิ์)                           ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล