สวัสดีค่ะ ชาวโตโยต้าทุกท่าน เชื่อว่าทุกท่านคงเคยได้ยินนโยบาย 3 ส. (สวัสดี สบายดี สนุกดี) ของท่านประธาน มร. เคียวอิจิ ทานาดะ และได้มีการนำไปปฏิบัติใช้กันโดยทั่วไปแล้ว ดังนั้น คอลัมน์พี่สอนน้องในฉบับนี้ขอนำเสนอตัวอย่างการนำนโยบาย 3 ส. ไปปฏิบัติใช้ในหน่วยงานจากท่านผู้บริหารสองท่านด้วยกัน เราไปดูกันว่า ทั้งสองท่านมีแนวทางอย่างไรบ้าง

 

เริ่ มที่ ผู้บริ หารท่านแรก คุณศรศักย์ ธานินทร์ธราธาร รักษาการผู้อนวยการ ฝ่ายบริหารงานกลาง จากมุมมองของพี่ศร ศักย์นั้น การนำนโยบาย 3 ส. มาใช้ ก็เหมือน กับการนำสิ่งที่เคยหายไปกลับมาใช้ใหม่ อย่างเช่น ส. สวัสดี ทางฝ่าย CA มีการนำปฏิบัติใช้ในตอนเช้า ก่อนการ Morning Talk จะมีการกล่าวทักทายสวัสดีกัน พี่ศร ศักย์ยังให้ความเห็นว่า การกล่าวสวัสดีกัน นอกจากจะเป็นการทักทายกันเบื้องต้นแล้ว ยังเป็นเหมือนการเปิดใจให้กันและกันอีกด้วย

ในส่วน .สบายดี คำว่า สบายดีนี้ สามารถมองได้ 2 แบบ คือ สบาย ดีทั้งกายและจิตใจ

กายสบายดีหมายถึง การดูแลให้มีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งในหน่วยงาน และลูกค้า เช่น

- การรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานในบริเวณที่รับผิดชอบ และ การวัดอุณหภูมิคัดกรองโรคหวัด 2009

- ปรับปรุงการจัดการดูแลความสะอาดในพื้นที่ทำงาน จัดแยกขยะ

- การปรับปรุง Facilities เพื่อเพิ่มความปลอดภัยกับพนักงาน

- จัดการจราจรใน Samrong Complex เน้นความปลอดภัย

- จัดให้มีการตรวจความพร้อมในการขับขี่ของผู้ขับรถ เพื่อความ ปลอดภัยต่อตัวผู้ขับเองและผู้โดยสารด้วย

สำหรับใจสบายดีนั้น จิตใจจะสบายได้ ก็ต่อเมื่อปราศจากความเครียด โดยเฉพาะเวลาทำงาน เราจะต้องรู้จักจัดลำดับความสำคัญของงาน วางกรอบ เวลาให้เหมาะสม แสดงความสามารถให้เต็มที่ หากเจออุปสรรคอะไรที่ทำให้ไม่ สามารถแก้ได้ในเวลาที่กำหนดควรปรึกษา Superior ในลำดับถัดๆไป หากเป็น ไปตามที่กล่าวมา ก็จะไม่มีความกดดันให้เกิดความเครียด ทำงานได้แบบ สบายๆ เมื่องานสำเร็จก็จะเกิดความภูมิใจในสิ่งที่ทำ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ความอิ่มเอมใจ ความสบายใจในการทำงานนี่เอง

มาถึงส. ตัวสุดท้าย .สนุกดพี่ศรศักย์ได้ยกตัวอย่างถึงการจัดทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกทุกคน เช่น การเล่นกีฬาในแผนก / ฝ่าย หรือจะ เป็นการจัดเลี้ยงกัน ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม เช่น เกษียณฯ, โยกย้าย, วัน เกิด เป็นต้น นอกจากจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ยังเป็นการช่วยผ่อน คลายความเครียดจากการทำงานได้ด้วย

สุดท้ายนี้ พี่ศรศักย์ได้ฝากข้อคิดในการทำงานว่า “การทำงานนั้นต้องไม่ เกี่ยงงาน ทำสุดความสามารถ มีความรับผิดชอบ นอกจากนี้เราจะต้องคอยปรับ ตัวและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง และนำพา บริษัทให้เจริญก้าวหน้าต่อไป นอกจากนั้นยังช่วยให้มีความพร้อมกับการเผชิญ กับปัญหาที่เราอาจจะเจอได้ทุกเวลา”

 

มาถึงผู้บริหารท่านที่สอง คุณชูศักดิ์ เหยี่ยงสกุล ผู้อนวยการฝ่าย บริหารโรงงาน (เกตเวย์) พี่ชูศักดิ์เล่าว่า ก่อนที่จะมีนโยบาย 3 ส. เดิมที่โรงงาน เกตเวย์ก็มีโครงการ “สวัสดีจ้า เกตเวย์” ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจาก โครงการ “Happiness Workplace” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้พนักงาน ทำงานอย่างมีความสุข และแสดงถึงวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่ม ต้นที่ตรงกับนโยบาย 3 ส. การยิ้มทักทายคำว่า “สวัสดี” สามารถสร้างความสุข ความอิ่มเอมใจ ความรู้สึกเป็นกันเอง ซึ่งเมื่อใจเป็นสุขแล้ว เราก็สามารถทำงาน ได้อย่างมีความสุข งานที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีด้วย

ในส่วน . สบา ย ดี ต้องมีความสบายทั้งกายและใจ จึงจะทให้งานมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล โดยเน้นเรื่อง ความปลอดภัยและหลักการ ยศาสตร์ (Ergonomics) ในการ ทำงาน เช่น โครงการ “Safety 24 hours” ที่ให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของพนักงาน ทั้งในและนอกเวลาทำงาน มี การนำหลัก Kaizen มาใช้ใน การปรับปรุงให้การทำงานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น รวมทั้งรณรงค์เรื่องการ ขับขี่ปลอดภัย เพราะเมื่อพนักงานมีความปลอดภัย ร่างกายแข็งแรง สุขภาพ จิตก็จะดีไปด้วย

นอกจากนี้ ที่โรงงานเกตเวย์ยังมีกิจกรรมเสริม โดยทุก Shop จะมีการ แข่งขันกันในด้านต่างๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความสนุกแล้ว ยังก่อให้เกิดการ ปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบาย 3 ส. จะประสบความสำเร็จได้ นั้น คนเป็นปัจจัยสำคัญ กล่าวคือ พนักงานจะต้องทำด้วยความเต็มใจ

สุดท้ายนี้ พี่ชูศักดิ์ได้ฝากข้อคิดว่า “การทำงานต้องใช้วิถีโตโยต้าเป็นหลัก และต้องรู้จักเคารพผู้ อื่ นทั้ งในแง่ความอาวุโสและความคิดเห็ นรวมถึ งต้องมีการ ปรับปรุงพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะหากเราหยุดนิ่ง หยุดอยู่กับที่ ไม่ เกิดความก้าวหน้า และเมื่อตัวเราไม่ก้าวหน้า องค์กรก็จะไม่มีความเจริญก้าวหน้า